คาร์โบไฮเดรต

ความต้องการคาร์โบไฮเดรตนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงขนาดร่างกาย ระดับกิจกรรม และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำคือ 275 กรัม/วันในอาหาร 2,000 แคลอรี ซึ่งรวมถึงใยอาหาร น้ำตาลทั้งหมดที่ระบุไว้ในฉลากอาหาร

 คาร์โบไฮเดรตในอาหารเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ได้แก่

  • ใยอาหารคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ร่างกายอาจย่อยได้ยาก มีอยู่ตามธรรมชาติในผลไม้ ผัก ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืชไม่ขัดสี
  • น้ำตาลทั้งหมดซึ่งรวมถึงน้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม เช่นเดียวกับน้ำตาลที่เติมเข้าไปในอาหาร ซึ่งพบได้ทั่วไปในขนมอบ และของหวาน ซึ่งร่างกายย่อยและดูดซับน้ำตาลได้ง่ายมาก
  • น้ำตาลชนิดหนึ่งที่ร่างกายดูดซึมได้ไม่เต็มที่ มีรสหวานและแคลอรี่น้อยกว่าน้ำตาลทั่วไป น้ำตาลชนิดนี้ถูกเติมลงในอาหารในเป็นสารให้ความหวานที่มีแคลอรีต่ำ เช่น ในหมากฝรั่ง ขนมอบ และขนมหวาน
  • ใยอาหารช่วยส่งเสริมการเคลื่อนไหวของลำไส้อย่างสม่ำเสมอ ลดน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอล และอาจช่วยลดปริมาณแคลอรี่ของบุคคล แนะนำให้คนได้รับใยอาหาร 28 กรัมต่อวันในอาหาร 2,000 แคลอรี

คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน

  • คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว คือ โมโนแซ็กคาไรด์และไดแซ็กคาไรด์ ประกอบด้วยโมเลกุลเพียงหนึ่งหรือสองโมเลกุล ให้พลังงานที่รวดเร็ว และอาจทำให้หิวได้ง่าน ได้แก่ ขนมปังขาว น้ำตาล และลูกอม
  • คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน คือ พอลิแซ็กคาไรด์ ประกอบด้วยสายโซ่ยาวของโมเลกุลน้ำตาล ซึ่งรวมถึงธัญพืชเต็มเมล็ดและอาหารที่มีเส้นใย ได้แก่ ผลไม้ ผัก ถั่ว และพาสต้าธัญพืชไม่ขัดสี คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เนื่องจากมีวิตามินแร่ธาตุ และไฟเบอร์มากกว่า

ควรรับประทานคาร์โบไฮเดรตมากหรือไม่

คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับร่างกาย ร่างกายใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเซลล์ หลายคนหันมารับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตน้อยลง เช่น อาหารคีโตเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพและการลดน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม การหันมารับประทานคาร์โบไฮเดรตบางชนิด รวมทั้งธัญพืชไม่ขัดสีและเส้นใยอาหารอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า

คาร์โบไฮเดรตและโรคอ้วน

โรคอ้วนอาจเชื่อมโยงกับการบริโภคคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลายประการส่งผลให้อัตราโรคอ้วนเพิ่มขึ้น ดังนี้

  • การออกกำลังกายที่ลดลง
  • รับประทานอาหารแปรรูปมากขึ้น
  • นอนพักผ่อนน้อยลง
  • ปัจจัยทางพันธุกรรม
  • ความเครียดและปัจจัยทางอารมณ์

คาร์โบไฮเดรตสามารถนำไปสู่โรคเบาหวานได้หรือไม่                   

หลังรับประทานอาหารร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาลกลูโคส ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทำให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้เซลล์ของร่างกายใช้น้ำตาลนี้เป็นพลังงานหรืออาจเก็บสะสมในร่างกาย

เมื่อเวลาผ่านไป ระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินและทำให้เซลล์เสื่อมสภาพได้ และในที่สุดร่างกายอาจหยุดผลิตอินซูลิน หรืออาจมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน

การดื้ออินซูลินอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิซึม คือกลุ่มของปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ

หากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง การลดการบริโภคน้ำตาลเพิ่มเข้าไปและเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนมากกว่า สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ปรับปรุงการดื้อต่ออินซูลิน และอาจช่วยส่งเสริมการลดน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพได้

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับเรื่องราวของคาร์โบไฮเดรต แอดมินหวังว่าคนที่เข้ามาดูทุกคนจะได้ความรู้ไปกันไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณที่รับชมกันนะคะ เจอกันใหม่ep.หน้าว่าจะเป็นเรื่องอะไรสำหรับวันนี้ขอตัวก่อนนะคะ ดูแลรักษาสุขภาพกันนะคะ

บทความและเนื้อหาเหล่านี้ สามารถอ่านเมนูอื่นๆอีกมากมายได้ที่

#อาหารและท่องเที่ยว #คาร์โบไฮเดรต

อาหารไทย : http://www.iamfoodstory.com

 แอบส่องของกิน :http//www.hehababor.com