ชีส ชีส ชีส ใครชอบชีส สายชีส มาดูทางนี้เลยจ้า

          ง่ายๆเลยตามหัวข้อที่จั่วขึ้นเลยครับ สายชีสเข้ามาอ่านต้องอ่านไปเพลินไปแน่นอน ก่อนอื่นแอดของกล่าวถึงความเป็นมาของชีสก่อน เพื่อบิ้วต่อมความอยากรู้ให้กับชาวสายชีส โดยที่ทราบๆกันอยู่แล้ว ชีสทำมาจากผลิตภัณฑ์ประเภทนม โดยนำเอาส่วนของโปรตีน (ไม่ใช่ส่วนของไขมัน) มาใช้ประโยชน์ ซึ่งความอร่อยของชีสอยู่ที่ความหอม มัน เข้มข้น ความเข้มข้นที่ว่านั้นมาจากการแยกโปรตีนออกจากนม โดยการเติมเอนไซม์เรนนินซึ่งทำให้โปรตีนที่แขวนลอยอยู่ในนมจับตัวกันเป็น ก้อน หรือเรียกว่า “เคิร์ด” และเจ้าเคิร์ดนี้ก็ คือชีสนั่นเอง แต่เป็นชีสสดที่ยังไม่ได้ผ่านการบ่มหรือที่เรียกว่า เฟรชชีส นั่นเอง และถ้านำไปผ่านการบ่มกับเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา เติมเครื่องเทศ แต่งรส ก็จะทำให้ได้ชีสที่หลากหลายชนิดขึ้น

 

          ที่ผ่านมาสายชีสหลายคนมีความเข้าใจผิดว่าเนยแข็งและเนยเหลวเป็นอาหารประเภทไขมันเช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วเนยแข็งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโปรตีนในน้ำนมวัว ในขณะที่เนยเหลวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไขมันในน้ำนมวัว ดังนั้นเนยแข็งจึงจัดเป็นอาหารจำพวกโปรตีนเหมือนเนื้อสัตว์ และมีคุณค่าทางโภชนาการไม่แพ้น้ำนมวัว เนยแข็งให้สารอาหารจำพวก แคลเซียม โปรตีน ฟอสฟอรัส วิตามินบี 12 สังกะสี และไขมัน แต่ให้น้ำตาลแล็กโทสในปริมาณที่น้อยกว่าในน้ำนม ผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนมจึงสามารถหันมารับประทานเนยแข็งแทนเป็นทางออกแทนได้ เอาละ…แอดก็ร่ายยาวมามากพอแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปอ่านดูกันเลยครับ

 

        Feta Cheese : เป็นชีสที่มีต้นกำเนิดจากประเทศกรีก จัดเป็นประเภท brined curd cheese ทำมาจากน้ำนมแกะ แต่ที่นิยมมากคือแบบที่ทำมาจากน้ำนมแพะ ผ่านกระบวนการทำชีสและการบ่นจนได้รสชาติเข้มข้น เหมาะนำไปใส่ในสลัด เช่น สลัดกรีก (Greek salad) พาสตี้ (pastries) ขนมอบ เช่น พายผักโขม (spanakopita , spinach pie) พายชีส (tyropita , cheese pie) หรือนำมาย่างใส่ในแซนวิช สูตรอาหารที่ใช้เฟตาชีส เช่น สลัดกรีก , พายผักโขม , พายชีส สลัด (spanakopita , spinach pie)

        Brie Cheese : เป็นชีสที่ผลิตจากนมวัว มีความนิ่มมากเนื่องจากการบ่มในระยะเวลาสั้นประมาณ 5-6 สัปดาห์ เป็นชีสที่มีต้นกำเนิดที่ฝรั่งเศส ซึ่งถูกตั้งชื่อตามแคว้นต้นกำเนิดในฝรั่งเศส มีสีขาวซีด มาพร้อมเปลือกสีขาวที่สามารถรับประทานได้ และอาจมีสีออกเทาๆแต้มอยู่เล็กน้อยใต้เปลือกของมัน บรีชีสที่ถูกเก็บไว้นานจะมีรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น และเปลือกก็จะเริ่มร่วน ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลข้นมันคล้ายๆกับเนย

       Edam Cheese : ผลิตจากน้ำนมวัวที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์เพื่อกำจัดจุลินทรีย์ก่อโรค มีสีเหลืองอ่อน เนื้อสัมผัสแข็งปานกลาง ขึ้นรูปเป็นก้อนกลมหรือแท่งเหลี่ยม อาจเคลือบผิวด้วยขี้ผึ้งสีแดง เหลือง เหนียวนุ่ม กลิ่นหอมคล้ายถั่ว ลักษณะเหมือนเกาด้าชีส แต่มีไขมันน้อยกว่า นิยมทานเล่น ทำไส้แซนวิช ปรุงอาหาร ละลายเป็นซุป โรยหน้า หรือนำไปย่างไฟ

       Emmental Cheese : เป็นชีสจากสวิสเซอร์แลนด์ที่ทำจากนมวัวทั้งหมด มีเนื้อแข็งปานกลาง ลักษณะของชีสจะเป็นสีเหลืองอ่อนๆ มีรูเป็นโพรงอากาศ รูเป็นโพรงเกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการบ่มนั่นเอง โดดเด่นที่ความนุ่ม กรอบ และมัน มีกลิ่นเนยแข็งที่โดดเด่น และมักใช้เป็นส่วนหนึ่งในส่วนผสมสำคัญในการทำ ฟองดู

       Gouda Cheese : เนยแข็งสีเหลืองเข้มที่มีลักษณะเป็นก้อน แบน กลม มีผิวสีแดงด้านนอกจะเคลือบจากขี้ผึ้ง มีรสชาติเค็ม กลิ่นแรงเพราะเกิดจากการบ่มนาน นิยมกินเปล่าๆพร้อมกับไวน์ หรือนำไปทำอาหาร

      Red Cheddar Cheese : เป็นเนยแข็งที่ทำจากนมวัว ประเภท semi-hard cheese กึ่งอ่อนกึ่งแข็งที่มีขื่อเรียกตามเมือง cheddar แคว้น somerset ประเทศอังกฤษ มีรสชาติเข้มข้น เป็นเนยแข็งที่ใครหลายคนโปรดปราน เพราะใช้ประกอบอาหารหลากหลาย เช่น โรยหน้าสลัด โรยหน้ามันฝรั่งอบ และโรยบนหลายเมนู เพื่อช่วยเพิ่มความอร่อย มีรสเค็ม แต่ไม่ยืดเมื่อโดนความร้อน และมีสีออกส้มๆ และบางที่อาจมีรสขมอ่อนๆติดปลายลิ้น

       Gruyere Cheese : เป็นชีสตระกูล hard cheese ทำจากนมวัว ผ่านกระบวนการหมักนมแบบ hard cheese fermentation ซึ่งต้องทำอย่างพิถีพิถัน แทบจะต้องนอนเฝ้าอย่างใกล้ชิด และต้องคอยพลิกกลับด้านทุกวัน ใช้เวลาในการหมักบ่มนานประมาณ 10 – 18 เดือน จึงจะได้ชีสที่มีความนุ่ม กรอบ มัน กรูแยร์สามารถกินกับขนมปังทั่วๆไปก็ได้ หรือขนมปังที่มีรสผลไม้ก็ยิ่งดี

       Mozzarella Cheese : เป็นชีสที่โดดเด่นเรื่องความยืดหยุ่น นุ่มหนึบ จัดอยู่ในกลุ่ม semi soft cheese นิยมใช้เป็นชีสโรยพิซซ่า ลาซานญ่า หรือแม้กระทั่งชีสทอดก็ใช้ชีสมอสซาเรลล่า คนไทยมีภาพจำของชีสยืดจากชีสประเภทนี้ กำเนิดมาจากประเทศอิตาลี โดยในอิตาลีนิยมใช้น้ำนมควายในการผลิต ซึ่งทั่วไปก็จะมีสีขาว และมีบ้างที่มีสีเหลืองอ่อน ซึ่งจัดเป็นชีสที่อร่อย กลมกล่อม

        Parmesan Cheese : เป็นชีสประเภทแข็ง hard cheese มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี สามารถพบเห็นเป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหารอยู่เป็นประจำ เช่น การขูดโรยบนซีซาร์สลัด พิซซ่า รสชาติเค็ม มัน ซึ่งพาร์เมซานชีสนั้นยิ่งบ่มนานยิ่งอร่อย มีระยะเวลาการบ่มสูงสุด 36 เดือน จะยิ่งเข้มข้นมากๆ

       Swiss Cheese : เนยแข็งชีสสวิส ลักษณะมีรูกระจายเต็มเป็นโพรง ซึ่งเกิดจากการบ่มและมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเนื้อชีส โดยชีสสวิสจะมีสีเหลืองทอง มีขนาดใหญ่ ใช้เวลาบ่มค่อนข้างนานประมาณ 10 – 18 เดือน รสชาติมัน ให้ความรู้สึกนุ่มและกรอบในเวลาเดียวกัน สามารถทานได้เลย หรือจะใช้เป็นส่วนผสมในเมนูอาหารก็ได้ด้วย

       เป็นอย่างไรบ้างครับ จากที่ชาวสายชีสได้อ่านข้อมูลของชีสต่าง ๆ แล้ว พอจะรู้สึกอยากลองชิมชีสชนิดต่าง ๆ หลายแบบขึ้นมากันบ้างกันไหมครับ ยิ่งถ้าได้ลองนำชีสแบบต่าง ๆ มาทานควบคู่กัน หรือนำมารังสรรค์เมนูแปลกใหม่ไป ต้องบอกเลยรสชาติที่ได้ออกมา ต้องมำให้สายชีสได้รู้สึกอร่อยแบบแทบจะลอยชึ้นฟ้าเลยแน่นอนครับ ตอนนี้ก็มาถึงช่วงท้ายแล้ว หลังจากนี้แอดจะนำเสนอข้อมูลวัตถุดิบตัวไหนอีก โปรดรอติดตามกันนะครับ

#สายชีส#ฟู้ดสตอรี่