ปลาหมึก

ปลาหมึก ไม่ใช่ปลา แต่อาจจะเป็นเพราะคนเห็นมันว่ายน้ำเก่งเหมือนปลา เลยเรียกมันว่า “ปลาหมึก” ปลาหมึกเป็นสัตว์น้ำเค็ม ไม่มีกระดูกสันหลัง มีหนวด 8-10 เส้น ว่ายน้ำว่องไว ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เป็นสินค้าส่งออกรองจากกุ้ง แต่ส่วนใหญ่ถูกจับมาจากทะเล ปริมาณที่ได้จึงไม่แน่นอน จะมีเพียงไม่กี่ชนิดที่เพาะเลี้ยงได้ เช่น ปลาหมึกหอม ปลาหมึกกระดองบางชนิด เท่านั้น

ถ้าพูดถึงเนื้อสัตว์ที่นำมารับประทานเวลาเคี้ยวแล้วจะรู้สึกหนึบ ๆ หนับ ๆ ก็ต้องนึกถึง “ปลาหมึก” ขึ้นมาทันที ปลาหมึกเป็นชื่อสัตว์น้ำที่มีกระดูกสันหลัง มีขาที่เรียกว่าหนวดอยู่บริเวณหัวมีถุงบรรจุน้ำสีดำอย่างน้ำหมึกไว้สำหรับพ่นเพื่อพรางตัว ปลาหมึกที่นิยมบริโภคกันมี 4 ชนิด ได้แก่

หมึกกระดอง จะมีลำตัวเป็นถุงรูปไข่ มีครีบลักษณะเป็นแผ่น กล้ามเนื้อคลุมลำตัวเกือบทั้งหมด และมีกระดองรูปคล้ายใบหอกที่เรียกกันว่า ลิ้นทะเล

หมึกกล้วย มีรูปร่างยาวเรียว ลำตัวกลม ครีบเป็นสามเหลี่ยมอยู่ด้านท้ายลำตัว และมีกระดองใส ๆ เหมือนแผ่นพลาสติก
 

หมึกสาย มีลำตัวกลมคล้ายลูกโป่ง ไม่มีครีบ ไม่มีกระดอง และมีหนวด 8 เส้น ปลาหมึกสายบางชนิดจะมีต่อมพิษที่สามารถทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เหมือนกัน

หมึกหอม จะมีลำตัวรูปทรงกระบอก ครีบข้างลำตัวทั้ง 2 ด้าน มีลักษณะกว้างและแนบยาวเกือบตลอดลำตัวคล้ายๆ กับหมึกกระดอง แตกต่างกันที่กระดองของหมึกหอมจะเป็นแผ่นใส เห็นเส้นกลางกระดองได้ชัดเจน มีหนวดรอบปาก 10 เส้น

เกร็ดความรู้เล็กๆของ ปลาหมึก

ปลาหมึก เป็นสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดในโลก ที่สามารถพรางตัวได้ด้วยการเปลี่ยนสีลำตัวได้อย่างรวดเร็วคล้ายกับสีของหลอดนีออน เนื่องจากเซลล์บนผิวหนังของหมึกที่เรียกว่า Chromatophore ซึ่งอยู่ด้านบนลำตัวมากกว่าด้านข้าง ด้านในมีเม็ดสี เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวจะดึงผนังของเซลล์เหล่านี้ให้ขยายใหญ่ขึ้น จึงทำให้สีสันของหมึกสามารถแปรเปลี่ยนไปมาได้ ซึ่งการเปลี่ยนสีของหมึกนั้นไม่ได้ไปเป็นเพื่อการพรางตัวอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังแสดงออกถึงอารมณ์ได้อีกด้วย ในกลุ่มหมึกกระดองในเวลากลางวัน อาจจะซุกซ่อนตัวเพื่อพักผ่อน ด้วยการใช้ท่อพ่นน้ำที่เรียกว่า Funnel พ่นพื้นทรายให้เป็นแอ่ง แล้วซุกซ่อนตัวไว้ใต้ทรายนั้น

นอกจากนี้แล้ว หมึกยังมีสารเคมีพิเศษที่ไม่เหมือนกับสัตว์ชนิดไหนในโลกอีกด้วย นั่นคือ น้ำหมึก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อในภาษาไทยด้วย น้ำหมึกในหมึกมีไว้เพื่อการป้องกันตัวและหลบหนีจากศัตรู เช่น ปลาขนาดใหญ่และสัตว์ทะเลกินเนื้อชนิดอื่น ๆ เช่น แมวน้ำหรือโลมา ที่กินหมึกเป็นอาหาร น้ำหมึกของหมึกนั้น แท้จริงแล้วเป็นเมือกอย่างหนึ่ง ที่มีสารแขวนลอยสีดำเป็นจำนวนมาก และมีลักษณะเป็นของเหลวฟุ้งกระจายในน้ำได้เป็นอย่างดี ซึ่งในน้ำหมึกนั้นมีสารเคมีที่ออกฤทธิ์เป็นด่างซึ่งจะทำให้ปลาที่ล่าหมึกนั้นเกิดอาการมึนชาไปได้ชั่วขณะ ประกอบกับหมึกใช้เป็นม่านควันกำบังตัวหนีไปได้ด้วย หมึกนั้นจะพ่นน้ำหมึกออกมาจากท่อเดียวกับที่ใช้พ่นน้ำ

วิธีเลือก ปลาหมึกสด มาทำเมนูเด็ด

ในการปรุงอาหารจากปลาหมึก ความสดเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อรสชาติของอาหารจานนั้นๆ กระบวนการการเลือกปลาหมึก จึงควรพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้จานโปรดที่อร่อยและปลอดภัย เนื่องจากปลาหมึกเน่าเสียง่าย พ่อค้ามักจะใช้วิธีแช่ฟอร์มารีน เพื่อคงสภาพตัวหมึกให้เหมือนสดใหม่ ข้อสังเกต คือ การดมกลิ่น ว่าเหม็นเน่า หรือได้กลิ่นฟอร์มารีนหรือไม่ แล้วพิจารณาว่าจะซื้อหรือไม่ และจึงเลือกในขั้นต่อไป

ตาใส : สังเกตตาปลาหมึก จะต้องใส ไม่ขุ่นเป็นฝ้ามัว สามารถมองเห็นตาตำได้ชัดเจน

หัวไม่หลุด : ปลาหมึกสด หัวและลำตัวต้องติดกันแน่น ไม่หลุดออกจากกันง่าย

เนื้อแน่น : เมื่อจับที่ตัวปลาหมึกขณะเลือกซื้อ จะรู้สึกได้ว่าตัวปลาหมึกแน่น ไม่นุ่มนิ่มหรือ เละ ถ้าปลาหมึกสด เมื่อกดที่ตัวแล้วเนื้อจะไม่ยุบบุ๋ม จะเด้งคืนตัว

เนื้อเยื่อรอบตัวหมึกไม่หลุดลอก : ปลาหมึกจะมีเนื้อเยื่อหุ้มตัวอีกชั้นหนึ่ง สังเกตว่า ถ้ายังสด เนื้อเยื่อหุ้มตัวจะไม่ขาดหลุดลุ่ย

ลักษณะทั่วไป

สีของปลาหมึกยักษ์ Architeuthis นี้มีสีแดงแก่จนถึงน้ำตาลแดง จากเซลล์เม็ดสี (chromatophore) ที่ผิวหนัง มันมีความสามารถในการเปลี่ยนสีลำตัว เกิดจากการ  บังคับด้วยกล้ามเนื้อ การที่ตัวมีสีแดงจะช่วยให้มันสามารถพรางตัวได้ดีในที่ลึก เพราะสีแดงในที่ลึกมากจะเปรียบเสมือนสีดำในเวลากลางคืนบนบกนั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับเรื่องราวของปลาหมึก แอดมินหวังว่าคนที่เข้ามาดูทุกคนจะได้ความรู้ไปกันไม่มากก็น้อยนะครับ ขอบคุณที่รับชมกันนะครับ เจอกันใหม่ep.หน้าว่าจะเป็นเรื่องอะไรสำหรับวันนี้ขอตัวก่อนนะครับ ดูแลรักษาสุขภาพกันนะครับ

 บทความและเนื้อหาเหล่านี้ สามารถอ่านเมนูอื่นๆอีกมากมายได้ที่

 #อาหารและท่องเที่ยว #ปลาหมึก

 อาหารไทย : http://www.iamfoodstory.com

 แอบส่องของกิน :http//www.hehababor.com