ราเมง

ราเมง มีจุดเริ่มต้นในยุคที่วัฒธรรมจีนหลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่นช่วงการปฏิรูปเมจิ ง่าย ๆ คือราเมงเกิดขึ้นในประเทศจีน แต่ถูกนำมาปรุงแต่งด้วยเครื่องปรุงของญี่ปุ่นอย่างโซยุและเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น จึงทำให้ราเมงกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะอาหารประจำชาติญี่ปุ่นหลังจากที่ญี่ปุ่นเปิดการค้าเสรีอย่างเป็นทางการนั่นเอง สรุปง่าย ๆ ราเมง เป็นอาหารญี่ปุ่น แต่มีต้นกำเนิดมาจากจีน

ราเมง มีหลากหลายชนิดแตกต่างกันตามภูมิภาค โดยชนิดของราเมงจะแบ่งตาม เส้นบะหมี่ เครื่องเคียง และน้ำซุป สามอย่างนี้เป็นหลัก ซึ่งน้ำซุปยอดนิยมที่คนชอบโซ้ยยยย!

1.Shoyu Ramen:โชยุราเมง ใครที่เริ่มกินราเมง ขอแนะนำ “โชยุราเมง” เลยจ้า ราเมงสูตรดั้งเดิมที่ใช้โชยุ หรือซีอิ้วญี่ปุ่น เป็นส่วนผสมหลักในน้ำซุป เป็นราเมงพื้นฐานของคนโตเกียว การใช้เส้นบะหมี่เหลืองเส้นหยักขนาดกลาง มีหมูชาชู (หมูย่าง) เม็มมะ (หน่อไม้ดอง) และต้นหอมซอยเป็นส่วนประกอบในชาม รสชาติกลมกล่อม น้ำซุปสีน้ำตาลใส ถึงใสแต่รสชาติไม่ใสนะ โดยรสชาตินี้ถือว่าถูกปากคนไทยจ้า

2.Miso Ramen:มิโสะราเมง มีต้นกำเนิดจากฮอกไกโด ถือเป็นราเมงที่มีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง รสชาติเข้มข้นด้วยน้ำซุปผสมมิโสะหรือเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น หอมกลิ่นมิโสะและน้ำต้มกระดูก ส่วนใหญ่จะใช้เส้นขนาดใหญ่เพื่อไม่ให้เส้นแพ้กับน้ำซุปรสเข้ม ส่วนท็อปปิงส่วนใหญ่ก็จะเป็นเนื้อหมู ถั่วงอก หรือผักต่าง ๆ ข้าวโพด เป็นต้น ส่วนตัวคิดว่ามิโสะราเมงก็เป็นรสชาติที่คนไทยเลิฟนะ เพราะเทกซ์เจอร์น้ำซุปค่อนไปทางหนัก ยิ่งซดยิ่งนัว

3.Tonkotsu Ramen:ทงคตสึราเมง มีต้นตำรับมาจากเกาะคิวชู โดดเด่นด้วยน้ำซุปกระดูกหมูสีขาวนวล มาพร้อมกับเส้นตรงและบางเพื่อความเข้ากันกับน้ำซุปที่รสชาติไม่จัดมากนักแต่ก็เข้มข้นกลมกล่อมและหอมกระดูกหมูมาก ท็อปด้วยต้นหอมซอย หมูชาชู (หมูย่าง) เห็ดหูหนูซอย และสาหร่าย

4.Shio Ramen:ชิโอะราเมง เป็นน้ำซุปเกลือ น้ำซุปสีใส รสชาติอ่อนแต่ก็กลมกล่อมในตัว เป็นรสชาติต้นตำรับที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่สุด โดยถิ่นต้นกำเนิดคาดว่าอยู่ที่ฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด เนื่องจากเป็นแถบที่รับวัฒนธรรมจีนมา อย่างที่ว่าไปในข้างต้น “ราเมงมาจากจีน” จ้า ถ้าอยากลองกินแบบออริจินัล ชิโอะราเมงก็น่าสนใจ เส้นหมี่จะมีลักษณะเป็นเส้นตรงและเล็ก เครื่องส่วนใหญ่จะเป็นชาชู (หมูย่าง) เม็มมะ (หน่อไม้ดอง) และต้นหอมซอย ในส่วนของรสชาติที่เหมือนจะรสอ่อน แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้อ่อนมากจนไม่อูมามินะ ดังนั้นถ้าแปลง่าย ๆ เลยคือชิโอะราเมงเป็นราเมงที่ค่อนข้างทำยากเพราะส่วนประกอบหลักมีแค่เกลือเท่านั้น

5.Gyokai Kei Ramen:เกียวไค เค ราเมง ราเมงน้ำซุปซีฟู้ด ผสมกับซุปสาหร่ายทะเล แต่ละร้านมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ซุปจึงมีความเข้มข้นมากเนื่องจากความหลากหลายของวัตถุดิบที่ใช้ผสมกันในการต้มซุป นํ้าซุปประเภทนี้มีทั้งแบบใสและแบบข้นให้เลือกชิม คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้เท่าไร แต่ถ้าเราไปเที่ยวแถบริมทะเล เราจะเจอราเมงประเภทนี้เยอะมาก เนื่องจากญี่ปุ่นค่อนข้างใส่ใจเรื่องวัตถุดิบ ในเมืองที่ห่างไกลทะเลก็จะไม่ค่อยมีเกียวไค เค ราเมงเท่าไร ถ้าใครมีโอกาสเที่ยวทะเลที่ญี่ปุ่น ไปลองดูนะครับ

6.Tsukemen:ทซึเคเมง ราเมงที่แยกเส้นกับน้ำซุปมา ข้อดีคือเส้นไม่อืด ค่อย ๆ กินได้ครับ ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าทซึเคเมงจะเสิร์ฟเส้นมาเยอะมาก น้ำซุปที่แยกมาก็จะมีความเข้มข้นกว่าราเมงปกติ เพื่อที่เวลาเรานำเส้นมาจุ่มน้ำซุปแล้วกินจะทำให้ได้รับรสชาติเหมือนกับการกินราเมงปกติ ซึ่งหลังจากที่กินเส้นหมดแล้วสามารถขอน้ำซุปใสเพื่อมาเติมในถ้วยซุปให้รสชาติอ่อนลงแล้วซดต่อได้ครับ ใครที่กินก๋วยเตี๋ยวแห้ง สไตล์นี้น่าจะถูกใจนะ

ส่วนผสมและวัตถุดิบสำหรับ ราเมง

1.สันคอหมูดำ 1สไลซ์แพ็ค

2.เส้นบะหมี่ญี่ปุ่น2ก้อน

3.น้ำซุป300มิลลิลิตร

4.กระเทียม (กลีบ)2กลีบ

5.น้ำมันพืช (ช้อนโต๊ะ)1ช้อนโต๊ะ

6.น้ำมันงา1ช้อนโต๊ะ

7.โชยุ2ช้อนโต๊ะ

8.น้ำตาลทราย (ช้อนโต๊ะ)1ช้อนโต๊ะ

9.พริกไทย (ช้อนชา)1/4ช้อนชา

10.มิริน (ช้อนโต๊ะ)1ช้อนโต๊ะ

11.มิโซะ(เต้าเจี้ยวบด) (ช้อนโต๊ะ)1ช้อนโต๊ะ

12.ขิงซอย1สำหรับตกแต่ง

13.ต้นหอมซอย1สำหรับตกแต่ง

14.ข้าวโพดย่าง1สำหรับจัดเสิร์ฟ

15.ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น1สำหรับจัดเสิร์ฟ

16.งาขาว1สำหรับโรยหน้า

วิธีทำสำหรับ ราเมง

1 เตรียมน้ำซุปราเมง :

– ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง จากนั้นนำน้ำมันพืชใส่ลงไป ตามด้วยกระเทียมลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่ สันคอหมูสไลซ์ ตราซีพี ลงไปผัดให้สุก ก่อนเตรียมเครื่องปรุงรส น้ำมันงา โชยุ น้ำตาลทราย พริกไทย มิริน มิโซะ และน้ำซุปคนให้เข้ากัน รอจนเดือดแล้วยกลงจากเตา

 2  ลวกเส้น :

– นำเส้นบะหมี่ญี่ปุ่นมาลวกในน้ำเดือดจัดให้สุก โดยใช้ตะเกียบคนเส้นบะหมี่ด้วย เพื่อให้สุกทั่วๆ กัน

3 จัดเสิร์ฟ :

– นำเส้นบะหมี่ญี่ปุ่นจัดลงในถ้วยที่ต้องการจัดเสิร์ฟ จากนั้นใส่หมูสไลซ์และน้ำซุปที่เตรียมไว้ แล้ววางลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น ข้าวโพดย่าง ขิงซอย ต้นหอมซอย และงาขาวลงไป เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วล่ะ

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับราเมง หวังว่าะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ สำหรับepนี้แอดมินต้องขอตัวลาไปก่อนเจอกันใหม่epหน้านะครับ ขอบคุณครับ และถ้าหากอยากหาเมนูอื่นก็สามารถไปดูตามเว็ปนี้ด้านล่างได้เลยนะครับ มีเมนูอื่นๆอีกมากมายเลย

#อาหารและท่องเที่ยว #ราเมง

อาหารไทย : http://www.iamfoodstory.com

แอบส่องของกิน :http//www.hehababor.com