สุดยอดวัตถุดิบ ไข่ปลาคาเวียร์ เมนูที่สุดยอดทั้งที่มาและราคา

ที่มาของ ไข่ปลาคาเวียร์

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นเลยครับ ว่าสุดยอดวัตถุดิบ ที่ ฟู้ดสตอรี่ จะนำมาให้ได้รู้จักกันมากขึ้น นั่นก็คือเจ้า ไข่ปลาคาเวียร์ นั่นเองครับ โดยที่นิยมมากที่สุดก็จะเป็นไข่ของ ปลาสเตอร์เจียน ซึ่งจะเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ และเป็นปลากระดูกแข็ง โดยปลาสเตอร์เจียนนั้นจะอาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และทะเล โดยในช่วงที่ยังเป็นปลาตัวเล็กๆอยู่นั้นจะดำรงอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด ทะเลสาบ หรือตามปากแม่น้ำ แต่เมื่อเจริญเติบโตขึ้น ก็จะว่ายน้ำอพยพลงไปสู่ทะเลใหญ่ และเมื่อถึงฤดูวางไข่  ปลาสเตอร์เจียน ก็จะว่ายน้ำทะเลกลับมาวางไข่ในแหล่งน้ำจืด คาร์เวียร์ที่ดีที่สุดมักจะต้องมาจากประเทศอิหร่าน ไม่ก็รัสเซีย

โดยลักษณะของ ปลาสเตอร์เจียน จะมีรูปร่างคล้างคลึงกับปลาฉลาม โดยมีหนามแหลมสั้นๆบริเวณหลัง หัว และตามเส้นของข้างลำตัว โดยมีไว้เพื่อปกป้องตัวเองจากศัตรู และมีหนวดอยู่ทั้งหมด 2 คู่อยู่ที่บริเวณปลายจมูก ปลายหัวแหลม ดวงตามีขนาดเล็ก ปากจะอยู่ส่วนใต้ของลำตัว แต่ภายในปากจะไม่มีฟัน ลำตัวไม่มีเกล็ด ส่วนที่สำคัญที่สุดก็จะเป็นหนวด โดยจะมีหน้าที่สัมผัส และรับคลื่นกระแสไฟฟ้าในขณะที่ว่ายน้ำ เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างที่อยู่ด้านใต้ของลำตัว ฉะนั้นหนวดทั้ง 2 คู่ของ ปลาสเตอร์เจียน นั้นก็จะมีหน้าที่เหมือนมือที่คอยสัมผัสสิ่งต่างๆที่อยู่ข้างใต้ตัวเอง หากินตามพื้นน้ำ เช่นสัตว์น้ำขนาดเล็ก

ปลาสเตอร์เจียนจะสามารถพบได้แค่เฉพาะซีกโลกทางตอนเหนือและซึ่งจะเป็นเขตหนาวเท่านั้น ซึ่งได้แก่ทวีปเอเชียตอนเหนือและตะวันออก ทวีปยุโรปตอนเหนือ และทวีปอเมริกาเหนือตอนบน โดยปัจจุบันปลาสเตอร์เจียนในธรรมชาติเริ่มที่จะใกล้สูญพันธุ์เต็มที แต่ในปัจจุบันสามารถที่จะขยยายเพาะพันธุ์ได้แล้วในบางชนิด

ราคาของ ไข่ปลาคาเวียร์  และชนิดของปลาสเตอร์เจียน

โดย อาหารต่างชาติ ชนิดสายพันธุ์อันดับ 1 นั่นก็คือ ปลาสเตอร์เจียนเบลูก้าที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป โดยถิ่นที่อยู่ก็จะเป็บแถบทะเลดำ  ทะเลแคริบเบี้ยน แต่หายากมากๆ ถึง มากที่สุด เพราะใกล้ที่จะสูญพันธุ์แล้ว โดยลักษณะของไข่ปลานั้นจะเป็นเหมือนไข่มุกสีเทา เม็ดใหญ่ และมีความวาววิบวับ และส่วนรสสัมผัสนั้นออกจะลื่น นุ่ม คล้ายกับเนย แต่ทว่ากลับมีความหอมหวล ยิ่งเป็นในตอนที่ตัวไข่ปลานั้นละลายที่ภายในปาก  ราคาของไข่ปลาคาเวียร์ของปลาสเตอร์เจียนเบลูก้า อยู่ที่ประมาณที่ 7,000 – 10,000 usd ต่อ 1 kg.(แต่ทว่าแทบจะไม่มีใครจับปลาชนิดนี้ได้มาจะเป็น 10 ปีแล้ว)

รองลงมาก็จะเป็น ปลาสเตอร์เจียนออสเซ็ตตร้าคาเวียร์ ซึ่งถือว่าสูสีและใกล้เคียงกับอันดับหนึ่งที่สุดแล้ว ทั้งเรื่องคุณภาพและราคา โดยไข่ปลาจะมีสีน้ำตาลเข้มหรือสีทอง ซึ่งสีทองนั้นจะมีความหายากกว่าสีน้ำตาลเข้ม ถือเป็น อาหารต่างชาติ ที่พอหาลองได้บ้าง

รองลงมาอีกก็จะเป็น ปลาสเตอร์เจียนเซวรูก้าคาเวียร์ โดยสายพันธุ์นี้จะมีการขยายพันธุ์ที่รวดเร็ว จึงทำให้มันมีผลผลิตที่มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ไข่ปลาจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก มีสีเทาหรือสีดำ จุดเด่นที่ชัดๆเลยของไข่ปลาชนิดนี้คือจะมีรสออกเค็ม กรอบเล็กน้อย และไม่มีการละลายในปากในแว่บแรกของการทาน และเนื่องจากมีการขยายพันธุ์ที่รวดเร็ว จึงส่งผลให้เรื่องของราคาถูกลงมาจาก 2 สายพันธุ์แรก

รองลงมาอีกก็จะเป็น ปลาสเตอร์เจียนคาลูก้าคาเวียร์ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่แม่น้ำ Amur ในเอเชียกลาง ในเรื่องเรื่องของรสชาติจะคล้ายๆกับปลาสเตอร์เจียนเบลูก้า นั่นเพราะเป็นสายพันธุ์ที่มีความใกล้เคียงกัน แต่สีจะต่างกัน โดยปลาสเตอร์เจียนคาลูก้านั้นจะมีสีออกทางสีน้ำตาลทอง โดยปลาสเตอร์เจียนคาลูก้าคาเวียร์นั้นเป็นชนิดของคาเวียร์ที่ทางประเทศจีนมีการผลิตและส่งออกมาที่สุดครับ (จุดสังเกตุคือปลาสเตอร์เจียนคาลูก้าจะมีอีกชื่อหนึ่งว่า ริเวอร์เบลูก้า จึงมีพวกพ่อค้าบางคนนำมาหลอกขาย โดยอ้างว่าเป็น เบลูก้าคาเวียร์ เพราะฉะนั้นจึงต้องดูให้ถี่ถ้วนและสังเกตุกันดีๆก่อนที่จะซื้อ)

และยังมีอีกหลายประเทศที่ได้มีการเพาะพันธุ์และสร้างฟาร์มปลาสเตอร์เจียนสายพันธุ์อื่นๆออกมา เพื่อที่จะผลิตคาเวียร์มาสู่ท้องตลาดด้วย โดยราคาก็จะลดหลั่นกันลงมาและจะยกตัวอย่างมาได้อ่านกันเช่น

Siberian Caviar : คาเวียร์สายพันธุ์นี้จะพบได้ในแถบยุโรป โดยสีของคาเวียร์จะออกสีน้ำตาล คาเวียร์จะออกรสชาติคล้ายถั่วและมีกลิ่นอายของทะเล

Hackleback Caviar : คาเวียร์สายพันธุ์นี้จะพบได้มากในแถบแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ โดยรสชาติจะไม่ค่อยต่างจากคาเวียร์ที่มาจากทางทะเลแคสเปี้ยนหรือในทะเลดำมากนัก แต่รสชาติจะอ่อนกว่า มีกลิ่นคล้ายถั่ว

Sterlet Caviar : คาเวียร์ของสายพันธุ์นี้จะมีสีที่ดูคล้ายสายพันธุ์ ปลาสเตอร์เจียนเซวรูก้าคาเวียร์ แต่ทว่าขนาดของเม็ดจะมีความเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน และจะมีรสสัมผัสที่นิ่มมากกว่า

White Sturgeon Caviar : คาเวียร์สายพันธุ์นี้จะสามารถพบได้ทั่วไปตามแม่น้ำและทะเลสาบทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดา โดยรสชาติจะออกไปทางกลางๆไม่หนักมาก และมีกลิ่นอายของถั่วบ้างเล็กน้อย สีของคาเวียร์จะมีสีน้ำตาลเข้มไม่ก็สีดำ

ไข่ปลาคาเวียร์ เมนูแสนราคาแพง นำไปทำอะไรถึงอร่อย

โดยปกติเวลาทานคาเวียร์ ทั่วไปก็มักจะทานกันแบบเพียวๆเลย โดยส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งการเสิร์ฟแบบใส่แก้วใบเล็กๆและใช้ช้อนตักกิน แต่หากต้องการนำไปรับประทานกันที่บ้าน ก็มีแบบบรรจุภัณฑ์เป็นกระป๋องเช่นกัน และส่วนใหญ่แทบทุกเมนูก็มักจะใช้คาเวียร์เป็นส่วนประกอบในเมนูต่างๆโดยการวางท๊อปด้านบนของอาหารต่างๆ

  • ทานคู่กับขนมปังขนาดพอดีคำ
  • ทานคู่กับแคร๊กเกอร์และมายองเนส
  • ทานคู่กับเนื้อปลาแซลมอนหมักเกลือ
  • ทานคู่กับหอยเชลล์หรือหอยนางรม
  • ทานคู่กับอโวคาโด้
  • ทานคู่กับแพนเค้กก็ได้ด้วยเช่นกัน
  • หรือจะทานกับอะไรก็ทำได้อีกหลายอย่าง อาหารต่างชาติ อันนี้ก็ตามแต่จะถูกปากของผู้ทานนะครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเรื่องราว ฟู้ดสตอรี่ ของคาเวียร์ หรือไข่ปลาคาเวียร์ ที่ทั้งแสนแพง และหายาก(บางสายพันธุ์) ก็ขอขอบคุณทุกๆท่านที่อุตส่าห์อ่านกันจนมาถึงบรรทัดนี้นะครับ และหวังว่าจะติดตาม iAmFoodStory กันต่อไปเรื่อยๆนะครับ คราวหน้าจะมีบทความอะไรดีๆมาแนะนำอีก ก็รอติดตามกันได้นะครับ